ไข้หวัดใหญ่มีกี่สายพันธุ์
โรคไข้หวัดใหญ่มีหลายร้อยสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่มักพบและส่งผลต่อคนมากที่สุดคือไข้หวัดใหญ่ชนิด A และ B ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการระบาดและการเจ็บป่วยในประชากรมนุษย์
คุณกำลังเสี่ยงไข้หวัดใหญ่หรือเปล่า? ทำความรู้จักไข้หวัดใหญ่ให้มากขึ้น ตั้งแต่อาการเบื้องต้น สาเหตุ ไปจนถึงวิธีป้องกันอย่างถูกต้อง เพื่อดูแลสุขภาพตัวเองและคนรอบข้าง
ไข้หวัดใหญ่คือการติดเชื้อไวรัสเฉียบพลันที่ระบบทางเดินหายใจ ถือเป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อที่สำคัญ ทั้งในกลุ่มโรคติดเชื้ออุบัติใหม่และโรคติดเชื้ออุบัติซ้ำ เนื่องจากมีการระบาดใหญ่ทั่วโลกหลายครั้ง แต่ละครั้งครอบคลุมเกือบทุกทวีป ส่งผลให้มีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตนับล้านคน1
โรคไข้หวัดใหญ่มีหลายร้อยสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่มักพบและส่งผลต่อคนมากที่สุดคือไข้หวัดใหญ่ชนิด A และ B ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการระบาดและการเจ็บป่วยในประชากรมนุษย์
ทั้งนี้ไข้หวัดใหญ่ไม่สามารถติดเชื้อจากการตากแอร์เย็นจัด ตากฝน หรือโดนแดดจัด เนื่องจากเป็นโรคที่แพร่เชื้อทางไวรัสเท่านั้น ส่วนใหญ่การติดเชื้อเกิดจากการใช้มือที่สัมผัสเชื้อมาโดนปากหรือจมูก ทำให้ไวรัสเข้าสู่ร่างกายนั่นเอง
ระยะฟักตัวของโรคประมาณ 1 - 3 วัน ส่วนระยะติดต่อ ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ 1 วันก่อนมีอาการ และยังแพร่ต่อได้ 3 - 5 วันหลังมีอาการในผู้ใหญ่ ในเด็กอาจแพร่เชื้อได้นานกว่า 7 วัน แม้แต่ผู้ที่ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการก็สามารถแพร่เชื้อได้เช่นกัน
ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อไวรัสระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน มีอาการสำคัญ ได้แก่ ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย เจ็บคอ และคัดจมูก ไวรัสแบ่งเป็นสายพันธุ์หลักคือ A ซึ่งรุนแรงและแพร่เร็ว และ B ที่มักเกิดตามฤดูกาล แพร่เชื้อผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม พูด และการสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อ
การป้องกันทำได้ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำและอาหารอ่อน ย่อยง่าย เสริมวิตามินซี ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงสัมผัสใบหน้า และสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่แออัด การใช้เครื่องกรองอากาศในบ้านหรือห้องปิดช่วยป้องกันเชื้อไวรัสได้ สำหรับผู้ป่วยควรบรรเทาอาการด้วยการกินยาลดไข้ ดื่มน้ำอุ่น และใช้ยาต้านไวรัสตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อฟื้นตัวเร็วและลดการแพร่เชื้อ
References