Amway Logo
สุขภาพ
มะม่วงหิมพานต์ ผลไม้มากประโยชน์ ต้านอนุมูลอิสระ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

มะม่วงหิมพานต์เป็นพืชที่อุดมไปด้วยวิตามิน และสารอาหารหลายชนิด ทั้งวิตามินซี เควอซิทิน ไมริซิทิน กรดอะนาคาร์ดิก มีสรรพคุณช่วยต้านอนุมูลอิสระ และฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ตลอดจนช่วยป้องกันโรคเรื้อรังต่างๆ รสชาติอร่อย กรุบกรอบ เคี้ยวเพลิน เป็นของว่างที่หลายคนชื่นชอบ

มะม่วงหิมพานต์ คืออะไร?

มะม่วงหิมพานต์ หรือ cashew เป็นไม้ยืนต้นในตระกูลเดียวกับมะม่วง มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล ผลมีลักษณะคล้ายชมพู่ สีออกส้มแดง และมีเมล็ดลักษณะโค้งหุ้มด้วยเปลือกแข็ง ห้อยอยู่ที่ปลายผล แม้คนจะนิยมเรียกส่วนนี้ว่าถั่ว แต่อันที่จริงแล้วคือเมล็ดของผลมะม่วงหิมพานต์ เป็นส่วนที่คนนิยมนำมากินหรือปรุงอาหาร เพราะมีรสชาติหอม หวานมัน และอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณประโยชน์มากมาย

คุณค่าทางโภชนาการของมะม่วงหิมพานต์

มะม่วงหิมพานต์ 100 กรัม ให้พลังงาน 553 กิโลแคลอรี เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี มีปริมาณน้ำตาลต่ำเพียง 5.91 กรัม1 แม้พลังงานหลักจะมาจากไขมัน แต่ก็เป็นไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งเป็นไขมันชนิดดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และยังมีไฟเบอร์ที่ช่วยในการขับถ่าย ลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลได้ดี

นอกจากนี้มะม่วงหิมพานต์ยังมีสารอาหารมากมาย ทั้งวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี วิตามินอี โพแทสเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส เควอซิทิน ไมริซิทิน กรดอะนาคาร์ดิ ฯลฯ การกินมะม่วงหิมพานต์เพียงวันละ 1 กำมือ จึงช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน และเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงห่างไกลโรค

ประโยชน์และสรรพคุณของมะม่วงหิมพานต์

ส่วนต่างๆ ของมะม่วงหิมพานต์ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น ลำต้นสามารถนำไปใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ ต่อเรือ หรือเป็นเชื้อเพลิงได้ แต่ส่วนที่มีราคาแพงที่สุดก็คือเมล็ดของมะม่วงหิมพานต์ เพราะเป็นส่วนที่อัดแน่นไปด้วยสารอาหาร และมีสรรพคุณต่อร่างกาย ดังนี้

วิธีการกินมะม่วงหิมพานต์

เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากสรรพคุณของมะม่วงหิมพานต์อย่างเต็มที่ จึงมีวิธีการกินมะม่วงหิมพานต์ที่หลากหลาย ตามความชอบและความสะดวกของแต่ละคน ดังนี้

ข้อควรระวังในการกินมะม่วงหิมพานต์

มะม่วงหิมพานต์ถือเป็นอาหารที่ปลอดภัย แต่ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่กำลังจะเข้ารับการผ่าตัด เพราะอาจส่งผลต่อน้ำหนักตัวและระดับน้ำตาลในเลือด ปริมาณที่แนะนำคือ 1 กำมือต่อวัน เลือกแบบอบ รสธรรมชาติ ที่ไม่ใส่เกลือ น้ำตาล น้ำผึ้ง ฯลฯ เพราะจะทำให้พลังงานสูงขึ้น

นอกจากนี้ควรระมัดระวังการกินมะม่วงหิมพานต์ในกลุ่มผู้ที่แพ้ถั่วหรือสารเพคตินในพืช หากเคยมีประวัติแพ้ถั่วชนิดอื่น เช่น พิสตาชิโอ อัลมอนด์ ฮาเซลนัท ถั่วลิสง ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะแพ้มะม่วงหิมพานต์ด้วยเช่นกัน

สรุป

มะม่วงหิมพานต์ ถือเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งโปรตีนและไขมันดี อีกทั้งยังมีวิตามิน แร่ธาตุ และกรดอะมิโนที่จำเป็น เช่น วิตามินซี วิตามินอี ธาตุเหล็ก ทองแดง แมกนีเซียม เควอซิทิน ไมริซิทิน กรดอะนาคาร์ดิก ฯลฯ จึงมีประโยชน์และสรรพคุณต่อร่างกายมากมาย เช่น ช่วยบำรุงสายตา เส้นผม ผิวหนัง กระดูกและฟัน ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน เป็นต้น สามารถเลือกกินได้หลายวิธีตามความสะดวก แต่แนะนำให้กินแบบอาหารเสริม เพราะจะได้ประโยชน์ดีๆ โดยที่ไม่ต้องรับพลังงานมากเกินความจำเป็น ทั้งนี้ต้องดูด้วยว่าตนเองอยู่ในกลุ่มที่ควรระวังหรือไม่ เพื่อไม่ให้ได้รับโทษจากมะม่วงหิมพานต์