จากผลการวิจัยพบว่า สารอาหาร และวิตามินต่างๆ ในแครนเบอร์รีนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย นอกจากจะช่วยทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น แครนเบอร์รียังช่วยป้องกันโรค รักษาโรค และทำให้สุขภาพของร่างกายด้านต่างๆ ดีขึ้นด้วย โดยประโยชน์ของแครนเบอร์รีจะมีดังนี้
เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
แครนเบอร์รีมีสารอาหาร และวิตามินต่างๆ มากมาย และยังประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น แคทีชิน (Catechin), ไตรเทอร์พีนอยด์ (Triterpenoid) และโปรแอนโทไซยานิดิน (Proanthocyanidins)6 ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย และป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้
โดยจากการศึกษาพบว่า แครนเบอร์รีมีฤทธิ์ต้านไวรัสสูง และแครนเบอร์รีมีจุลินทรีย์ที่ช่วยชะลอการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ เช่น เอสเชอริเชีย โคไล (Escherichia coli) ที่ทำให้ท้องร่วง และเกิดโรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ, ลิสเทอเรีย โมโนไซโตจิเนส (Listeris monocytogenes) ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และสแตฟฟิโลคอกคัส (Staphylococcus) ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ แผลพุพอง และอาหารเป็นพิษได้9
จากการศึกษาในหลอดทดลองพบว่า แครนเบอร์รีมีคุณสมบัติในการกำจัดอนุมูลอิสระพอๆ กันกับวิตามินอี หรืออาจจะดีกว่า และภายหลังจากดื่มน้ำแครนเบอร์รี ระดับสารต้านอนุมูลอิสระในเลือดจะเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าการบริโภควิตามินซีในปริมาณเท่ากันอีกด้วย
มีส่วนช่วยในเรื่องระบบทางเดินปัสสาวะ
หากมีการสะสมของแบคทีเรียในระบบทางเดินปัสสาวะมาก จะส่งผลให้เกิดโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบได้ แต่แครนเบอร์รีมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และมีส่วนช่วยลดจำนวนแบคทีเรียในระบบทางเดินปัสสาวะ จึงสามารถป้องกันการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะได้ดี เพราะสารประกอบในแครนเบอร์รีอย่าง Proanthocyanins จะช่วยป้องกันแบคทีเรียที่จะมาเกาะตัวตามผนังกระเพาะปัสสาวะได้
จากการวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า การดื่มน้ำแครนเบอร์รีวันละ 300 ml จะช่วยลดจำนวนของแบคทีเรียในปัสสาวะลง และช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะได้6
มีส่วนช่วยชะลอความเสื่อมของจอประสาทตา
กลุ่มผลไม้ตระกูลเบอร์รีมีประโยชน์ในการช่วยดูแลสายตา แครนเบอร์รีก็เป็นหนึ่งในนั้น เนื่องจากในแครนเบอร์รีนั้นอุดมไปด้วยลูทีน และซีแซนทีน (Lutein & Zeaxanthin) ซึ่งมีส่วนในการช่วยชะลอความเสื่อมของจอประสาทตา
และยังช่วยป้องกันรังสีจากแสงแดดที่อาจเป็นอันตรายต่อดวงตาได้6 นอกจากนี้ ยังช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลายอีกด้วย
จากการวิจัยพบว่า แทนนินที่มีความเข้มข้นสูงจากน้ำแครนเบอร์รี มีฤทธิ์ในการขับไล่อนุมูลอิสระได้ดีกว่า จึงสามารถป้องกันเซลล์ ARPE-19 (การเลียนแบบการเสื่อมสภาพตาตามอายุ) แครนเบอร์รีจึงสามารถชะลอความเสื่อมสภาพของจอประสาทตาได้11
เสริมสร้างสุขภาพให้ช่องปาก
ในช่องปากของเรานั้นนับว่าเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียชั้นดี และแครนเบอร์รีก็มีส่วนช่วยในการยับยั้งการรวมตัวกันของแบคทีเรียได้หลายชนิดที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคทางช่องปากได้ เช่น การเกิดคราบหินปูน อาการฟันผุ โรคเหงือกอักเสบ6 เป็นต้น และจากการศึกษาพบว่าผลเบอร์รีสีเข้มอุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอลซึ่งสามารถออกฤทธิ์เพื่อป้องกันโรคฟันผุได้1,2
บรรเทาอาการไข้หวัด
จากการศึกษาหนึ่งแสดงให้เห็นว่า การกินผลไม้รสเปรี้ยวอย่างแครนเบอร์รีสามารถช่วยบรรเทาอาการไข้หวัดได้ มีการทดลองเล็กๆ โดยการบริโภคน้ำแครนเบอร์รีปริมาณ 450 มิลลิกรัมเป็นประจำทุกวัน 10 สัปดาห์ พบว่าช่วยบรรเทาอาการของไข้หวัดได้ เนื่องจากแครนเบอร์รีประกอบไปด้วยสารพอลีฟีนนอล และสาร Proanthocyanins ที่เป็นประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน4
มีส่วนช่วยในเรื่องสุขภาพลำไส้
แครนเบอร์รีมีส่วนช่วยในการยับยั้งการเกาะตัวของเชื้อแบคทีเรียอีโคไล (E.coli) หรือเชื้อที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วงรุนแรง แครนเบอร์รีสามารถลดจำนวนแบคทีเรียในลำไส้ของคนที่ทานเนื้อสัตว์เป็นหลัก และยังช่วยลดกรดน้ำดีในลำไส้ที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งทางเดินอาหารได้อีกด้วย
จากการทดลอง พบว่า น้ำแครนเบอร์รี แครนเบอร์รีแห้ง และสารสกัดจากแครนเบอร์รีต่างๆ มีโพลีฟีนอลไอโซพรีนอยด์ และโอลิโกแซ็กคาไรด์ ที่ทำงานได้ดีในระบบทางเดินอาหาร ลดการอักเสบ ดูแลเซลล์เยื่อบุผิวในลำไส้ และจุลินทรีย์ในลำไส้10
ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
แครนเบอร์รีเป็นผลไม้ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพหัวใจ ช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Anthocyanin, Flavonoids, Proanthocyanidins)6
น้ำแครนเบอร์รี หรือสารสกัดจากแครนเบอร์รีมีประโยชน์กับผู้ที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจ ซึ่งจากการวิจัยพบว่าสารสกัดแครนเบอร์รีสามารถช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี ลดระดับคอเลสเตอรอลไม่ดีในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ ลดความดันโลหิต และลดความแข็งตึงของหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคหัวใจได้6
มีส่วนช่วยชะลอการลุกลามของมะเร็ง
แครนเบอร์รีมีส่วนช่วยป้องกันมะเร็ง และต้านการกลายพันธุ์ของเซลล์ในร่างกายได้ จากรายงานทางการแพทย์เกี่ยวกับการกินแครนเบอร์รีพบว่า สามารถช่วยลดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้13 เป็นต้น
จากการศึกษาพบว่า สารประกอบฟลาโวนอยด์ (Proanthocyanidins) ที่พบได้มากในผลแครนเบอร์รี จะเป็นตัวเหนี่ยวนำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็ง6 แครนเบอร์รีจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่จะนำมาพัฒนาเป็นยาต้านมะเร็งต่อได้