Amway Logo
สุขภาพ
ทำไมกินน้อยแต่ยังอ้วน?

กินน้อยแต่อ้วนเพราะลดน้ำหนักผิดวิธีจนระบบเผาผลาญพัง ลำไส้มีแบคทีเรียดีไม่เพียงพอ มาหาสาเหตุของอาการเหล่านี้ พร้อมวิธีลดความอ้วนให้ถูกวิธี ปลอดภัย ลดได้จริง

อาการกินน้อยแต่อ้วน เป็นยังไง

อาการกินน้อยแต่อ้วนมักจะเกิดในกลุ่มผู้กำลังลดน้ำหนัก โดยอาจมาจากความเข้าใจผิดที่ว่าการกินปริมาณน้อยลงจะทำให้สัดส่วนลดลงได้ หลายคนจึงเกิดความกังวลว่าทำไมกินน้อยแต่อ้วน ซึ่งการกินน้อยแต่ก็ยังอ้วน หรือสัดส่วนไม่กระชับขึ้นเลย เป็นผลมาจากการลดน้ำหนักไม่ถูกวิธี ส่งผลต่อระบบเผาผลาญ และความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้นั่นเอง

น้ำหนักขึ้นเร็ว ทั้งที่กินปกติ เกิดจากอะไร

หลายคนที่กำลังลดน้ำหนักมักพบปัญหาน้ำหนักขึ้นเร็วทั้งที่กินปกติ ซึ่งสาเหตุหลักๆ มีอะไรบ้าง สามารถทำความเข้าใจได้ดังนี้

1. ระบบเผาผลาญพังเพราะกินน้อย

ระบบเผาผลาญพัง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลายคนลดน้ำหนักไม่ลง ซึ่งระบบเผาผลาญพัง หรือ Metabolic Damage หมายถึง ภาวะที่ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้น้อย และร่างกายยังนำพลังงานไปใช้ได้ช้าลงอีกด้วย การกินน้อยส่งผลให้ระบบเผาผลาญพังได้ โดยปกติร่างกายจะมีโหมดของการเอาชีวิตรอดอยู่แล้ว เมื่อกินอาหารไม่เพียงพอ ร่างกายจะปรับโหมดการทำงานของอวัยวะภายในเพื่อไปประหยัดพลังงาน โดยการลดการสลายไขมัน แต่สลายกล้ามเนื้อมากขึ้นแทน รวมไปถึงการทำให้ร่างกายเผาผลาญน้อยลง ทั้งนี้ในช่วงแรกของการกินน้อยทำให้สัดส่วนของร่างกายลดลง แต่จะเป็นส่วนของน้ำในร่างกายและกล้ามเนื้อเป็นส่วนใหญ่ ทว่าไขมันจะยังคงอยู่ เพราะร่างกายยังเก็บไขมันไว้ ให้สลายตัวอย่างช้าๆ นั่นเอง

2. แบคทีเรียดีในลำไส้มีน้อยเกินไป

โดยปกติลำไส้จะประกอบไปด้วยแบคทีเรียที่ดีและไม่ดีอยู่ โดยในภาวะปกติแบคทีเรียจะมีความสมดุลกัน แบคทีเรียดี หรือจุลินทรีย์ในลำไส้ มีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนัก โดยมีบทบาทในการดึงพลังงานจากอาหารผ่านกระบวนการต่างๆ ในร่างกาย ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลไม่ดีในเลือด เช่น ไตรกลีเซอไรต์ เป็นต้น ดังนี้ผู้ที่กินน้อยแต่อ้วน จึงอาจมีสาเหตุหนึ่งมาจากความไม่สมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ (SIBO) ที่ทำให้ระบบเผาผลาญผิดปกติ ส่งผลให้กินนิดเดียวก็อ้วน หรือน้ำหนักขึ้นทั้งๆ ที่กินปกติ

3. กินน้อย แต่มีน้ำตาลเยอะ

น้ำตาลเป็นสาเหตุสำคัญของความอ้วน และภาวะผิดปกติอื่นๆ ของร่างกาย เพราะน้ำตาลจะทำให้ไขมันชนิดดีลดลง และเพิ่มไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ดังนั้นแม้ว่าจะกินน้อย แต่สิ่งที่กินมีส่วนประกอบของน้ำตาลมาก ก็ย่อมส่งผลให้การลดน้ำหนักไม่ลง และความอ้วนยังคงอยู่ ในช่วงลดน้ำหนักจึงควรต้องระวังการกินอาหาร และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล

4. พักผ่อนไม่เพียงพอ

การพักผ่อนไม่เพียงพอ จะส่งผลกระทบต่อนาฬิกาชีวิต กิจกรรมในชีวิตประจำวันจะเปลี่ยนไป และเป็นสาเหตุสำคัญของน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น โดยสิ่งที่กระทบต่อร่างกายหลักๆ คือ การหลั่งฮอร์โมนความอยากอาหาร  ร่างกายต้องการพลังงานมากขึ้น ทำให้เกิดความหิวโหย ต้องกินอาหารหรือของหวานในที่สุด จากการศึกษาในปี 2015 พบว่าในเด็ก 76% จากจำนวน 56,000 ราย ที่พักผ่อนไม่ถึง 10 ชั่วโมง มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ในขณะที่หากเพิ่มจำนวนการนอนพักผ่อน สามารถลดภาวะน้ำหนักเพิ่มได้ถึง 21 % ดังนั้นในช่วงลดน้ำหนักจึงควรพักผ่อนให้เพียงพอควบคู่ไปด้วย

5. อายุมากขึ้น น้ำหนักก็เพิ่มขึ้น

อายุที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อความเปลี่ยนของร่างกาย โดยเฉพาะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นได้ง่าย เนื่องจากเมื่ออายุเพิ่มขึ้น กล้ามเนื้อจะลดลงโดยประมาณ 1 % ต่อปี ส่งผลกระทบต่อความแข็งแรง และการทำงานของระบบเผาผลาญ ซึ่งร่างกายจะเผาผลาญได้ช้าลง ทั้งนี้ เมื่อร่างกายมีกล้ามเนื้อน้อย นั่นหมายความว่าร่างกายต้องการพลังงานน้อยด้วยเช่นกัน ดังนั้นเมื่ออายุมากขึ้นจะต้องลดการกินอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลลง เพื่อไม่ให้มีไขมันส่วนเกินมากกว่าที่ร่างกายต้องใช้ และกลายเป็นไขมันสะสมในร่างกายได้

6 ทริคลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี บอกลาอาการกินน้อยแต่อ้วน

ลดน้ำหนักอย่างไรให้ถูกวิธี บอกลาอาการกินน้อยแต่อ้วน ทำได้อย่างไรบ้าง ไปดูได้ดังนี้

สรุป

กินน้อยแต่อ้วน เป็นสัญญาณว่ากำลังลดน้ำหนักไม่ถูกวิธี โดยทั่วไปแล้วผู้ที่ลดน้ำหนักมักจะเริ่มจากการลดปริมาณการกินก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งในบางรายพบว่ายิ่งกินน้อยแต่ก็ยิ่งอ้วน มีสาเหตุมาจากระบบเผาผลาญไขมันในร่างกายพัง เพราะกินน้อย ร่างกายจึงมีแบคทีเรียดีน้อยเกินไป ตลอดจนการกินอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูงนั่นเอง สำหรับวิธีแก้การลดน้ำหนักไ่ม่ลง ได้แก่ การกินอาหารที่ดีต่อลำไส้ (เช่น โพรไบโอติก) การออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน การปรับอาหารการกิน ผ่อนคลายตัวเอง และการสร้างทัศนคติที่ดี เป็นต้น