12 ประโยชน์ดีๆ จากสับปะรด
ประโยชน์ของสับปะรดที่ได้มาจากวิตามินและสารอาหารมีอยู่หลายประการ โดย 12 ประโยชน์ที่ไม่ควรมองข้าม มีดังนี้
1. มีสารต้านอนุมูลอิสระ
สับปะรดมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบรรเทาความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน1 ที่เกิดจากอนุมูลอิสระจำนวนมากทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ ซึ่งมักเชื่อมโยงกับการอักเสบเรื้อรัง สุขภาพภูมิคุ้มกันอ่อนแอ โรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็งบางชนิด
สับปะรดอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระโดยเฉพาะที่เรียกว่า ฟลาโวนอยด์ และสารประกอบฟีนอล การศึกษาพบว่าสารต้านอนุมูลอิสระของสับปะรดอาจมีสรรพคุณในการป้องกันหัวใจได้อีกด้วย
2. มีส่วนช่วยในระบบย่อยอาหาร
สับปะรดมีสรรพคุณทางยาเป็นตัวช่วยในการย่อยอาหาร เพราะสับปะรดมีเอนไซม์ย่อยอาหารกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่าโบรมีเลน ที่ทำหน้าที่ช่วยสลายโมเลกุลโปรตีน ทำให้การย่อยอาหารประเภทเนื้อสัตว์ง่ายขึ้น1 สำหรับผู้ที่มีภาวะผิดปกติเกี่ยวกับตับอ่อน ทำให้ร่างกายผลิตเอนไซม์ย่อยอาหารได้ไม่เพียงพอ ประโยชน์ในการช่วยย่อยอาหารของสับปะรดจะเข้าไปเติมเต็มส่วนนี้ได้
3. ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
การแพทย์แผนโบราณนำสรรพคุณของสับปะรดมาใช้ในการรักษาโรคมายาวนานหลายศตวรรษ เนื่องจากในสับปะรดประกอบไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และเอนไซม์หลายชนิด เช่น โบรมีเลน ที่อาจมีส่วนช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และลดการอักเสบ จากการวิจัยพบว่าคนที่กินสับปะรดมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียลดลงอย่างมาก และมีเม็ดเลือดขาวที่ต่อสู้กับโรคได้มากกว่ากลุ่มคนที่ไม่กินสับปะรดถึง เกือบ 4 เท่า1
4. มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูของร่างกาย
การกินสับปะรดอาจมีส่วนช่วยลดระยะเวลาในการฟื้นตัวจากการออกกำลังกายได้ เพราะสับปะรดมีโบรมีเลน ที่มีส่วนช่วยเร่งการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อหลังจากออกกำลังกายหนักโดยการลดการอักเสบบริเวณเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อที่เสียหาย ร่างกายของคนที่กินสับปะรดจึงมีการฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว1
5. มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก
อีกหนึ่งประโยชน์ของสับปะรด คือการเป็นตัวช่วยที่ดีในการลดน้ำหนัก เพราะเอนไซม์ของสับปะรดอาจช่วยในเรื่องการเผาผลาญไขมันได้2 นอกจากนี้สับปะรดมีราคาถูก และอยู่ท้อง เหมาะสำหรับการนำมากินร่วมกับอาหารมื้อหลัก หรือจะกินเป็นของว่างระหว่างวันก็ได้
6. ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก
ในสับปะรดมีปริมาณของแมงกานีสมากกว่า 100% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน โดยแมงกานีสมีส่วนช่วยในการทำให้กระดูกแข็งแรง ดังนั้นการกินสับปะรดจึงมีสรรพคุณช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกได้3
7. ช่วยลดอาการอักเสบ
โบรมีเลนอาจลดการอักเสบ บวม ช้ำ และความเจ็บปวดที่มักเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด รวมถึงการทำหัตถการทางทันตกรรมและผิวหนัง นอกจากนี้ยังสามารถลดการอักเสบได้อีกด้วย รวมถึงยังอาจช่วยลดความรู้สึกไม่สบาย ความเจ็บปวด หรืออาการบวม หลังการผ่าตัดทางทันตกรรมได้เป็นอย่างดี1
8. ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็ง
มะเร็งเป็นโรคเรื้อรังที่มีลักษณะการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ การลุกลามมักเชื่อมโยงกับความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันและการอักเสบเรื้อรัง1 สับปะรดเป็นแหล่งวิตามินซีชั้นเยี่ยม ซึ่งวิตามินซีนั้นเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่แข็งแกร่ง จึงสามารถช่วยต่อต้านการก่อตัวของอนุมูลอิสระได้ เพราะอนุมูลอิสระเชื่อมโยงกับการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง3 และประโยชน์ของสับปะรดในผู้หญิงคือมีฤทธิ์ต้านมะเร็งเต้านมได้อีกด้วย
9. ไฟเบอร์ในสับปะรดช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
สับปะรดมีไฟเบอร์สูง ผู้ที่เป็นเบาหวานประเภทที่หนึ่ง หากกินสับปะรดเข้าไปแล้ว ไฟเบอร์ในสับปะรดจะช่วยต้านการจับกลุ่มกันของเกล็ดเลือด และลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ นอกจากนี้ไฟเบอร์ในสับปะรดยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ไขมัน และอินซูลิน ให้กับผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่สองได้อีกด้วย3 อย่างไรก็ตามแม้ไฟเบอร์ในสับปะรดจะช่วยลดระดับน้ำตาลได้ แต่สับปะรดก็เป็นผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลสูง ผู้ที่เป็นเบาหวานจึงควรจำกัดปริมาณในการกินสับปะรดสดๆ โดยอาจเลือกกินอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของไฟเบอร์จากสับปะรดแทน
10. ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
การเพิ่มปริมาณโพแทสเซียมโดยการกินผักและผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้ เนื่องจากโพแทสเซียมจะเพิ่มการขับน้ำและโซเดียมออกจากร่างกาย ช่วยชะลอการสะสมของไขมันในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงในการอุดตันของเส้นเลือด รวมถึงช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดี การกินสับปะรดซึ่งมีโพแทสเซียมในปริมาณสูงจึงมีส่วนช่วยในการลดความดันโลหิตได้3
11. มีส่วนช่วยเรื่องระบบสืบพันธุ์
การกินสับปะรดมีสรรพคุณต่อผู้ชายหลายประการในเรื่องสมรรถภาพทางเพศ สับปะรดอุดมไปด้วยแมงกานีสที่ให้พลังงานแก่ร่างกายจึงช่วยเพิ่มพลังงานได้ตลอดทั้งวัน4 และมีโบรมีเลนซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยย่อยอาหารและฟื้นฟูเซลล์ที่เพิ่มการไหลเวียนเลือด เนื่องจากการย่อยอาหารที่ดีขึ้นและระดับพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้อดทนมากขึ้นระหว่างมีเพศสัมพันธ์4 และยังช่วยรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย ซึ่งเป็นปัญหาร้ายแรงและมักจะส่งผลเสียต่อชีวิตผู้ชายจำนวนมาก
สำหรับผู้หญิง สับปะรดมีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี เบต้าแคโรทีน วิตามินและแร่ธาตุ ทองแดง สังกะสี และโฟเลต ที่สามารถช่วยปรับปรุงภาวะเจริญพันธุ์ สำหรับผู้ที่พยายามตั้งครรภ์ ควรกินสับปะรดในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้3 และสับปะรดยังมีโบรมีเลนที่ช่วยผลัดเยื่อบุโพรงมดลูก ช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ รวมถึงมีแมงกานีสที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ จึงลดอาการปวดเกร็งในช่องท้องได้
12. ช่วยให้ผิวแข็งแรง
วิตามินซีในสับปะรด เมื่อกินสด จะสามารถช่วยต่อสู้กับความเสียหายของผิวที่เกิดจากแสงแดดและมลภาวะ ลดเลือนริ้วรอย และปรับปรุงสภาพผิวโดยรวม รวมถึงยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างคอลลาเจนในผิวหนังได้อีกด้วย