ไขมันในช่องท้อง กับผลกระทบต่อสุขภาพ
การมี Visceral Fat นอกจากจะมีผลเรื่องรูปร่าง และภาพลักษณ์ที่มีผลต่อความมั่นใจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานในร่างกายอีกหลายด้าน ดังนี้1
Visceral Fat คือ ภาวะไขมันสะสมในช่องท้องที่ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น ภาวะไขมันพอกตับ หรือไขมันในหลอดเลือด เป็นต้น
Visceral Fat คือ ไขมันที่สะสมอยู่ในช่องท้องชั้นลึกล้อมรอบอวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น กระเพาะอาหาร ลำไส้ ตับ ตับอ่อนหรือหลอดเลือด ไม่สามารถมองเห็นได้เมื่อดูจากภายนอก เป็นจุดที่ร่างกายเก็บสะสมไขมันไว้ใช้ในยามจำเป็น และดึงมาใช้ยากกว่าส่วนอื่นๆ หากปล่อยให้มีไขมันในช่องท้องสะสมในปริมาณที่มากเกินไปจะส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างมาก และทำให้เกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ตามมา3,4
ไขมันในช่องท้อง ไม่สามารถมองเห็นได้เหมือนไขมันใต้ชั้นผิวหนัง บางคนที่ดูผอม มีหน้าท้องที่แบนราบ อาจพบมีไขมันสะสมบริเวณช่องท้องจำนวนมากก็ได้ โดยสามารถตรวจสอบไขมันช่องท้องด้วยตัวเองแบบคร่าวๆ โดยวิธีการง่ายๆ ดังนี้3
1. การวัดค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index: BMI) โดยใช้สูตร
BMI = น้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วย (ความสูง (เมตร) ยกกำลัง 2)
โดยหากมีค่าดัชนีมวลกาย มากกว่า 23 แสดงว่ามีภาวะน้ำหนักเกิน และอาจมีไขมันสะสมในช่องท้องจำนวนมาก
2. การวัดรอบเอว ทำการวัดรอบเอวโดยใช้สายวัดรอบเอวเหนือสะดือ ผู้หญิงที่มีเส้นรอบเอว 35 นิ้วขึ้นไป และผู้ชายที่มีเส้นรอบเอว 40 นิ้วขึ้นไป มีความเสี่ยงที่จะมีไขมันช่องท้อง
Visceral fat เกิดขึ้นมาได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุหลักเกิดจากการบริโภคอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลเป็นประจำ เช่น ของทอด ขนมหวาน อาหารแปรรูป ขนมปังขัดขาว น้ำอัดลม หรือการกินอาหารในปริมาณที่มากเกินความต้องการของร่างกาย รวมทั้งผู้ที่ไม่ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือผู้ที่มีปัญหาของระบบเผาผลาญจากสาเหตุต่างๆ ทำให้จนร่างกายไม่สามารถเผาผลาญไขมันส่วนเกินออกไปได้หมด จึงเกิดการสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งบริเวณช่องท้องรอบอวัยวะต่างๆ ด้วย2,3
การมี Visceral Fat นอกจากจะมีผลเรื่องรูปร่าง และภาพลักษณ์ที่มีผลต่อความมั่นใจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานในร่างกายอีกหลายด้าน ดังนี้1
การดูแลสุขภาพด้วยการลดไขมันช่องท้องสามารถทำได้หลายวิธีดังนี้
Visceral Fat คือ ภาวะไขมันในช่องท้อง เกิดขึ้นมาได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุหลักเกิดจากการบริโภคอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลเป็นประจำ รับประทานอาหารปริมาณมากเกินไป รวมทั้งผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย หรือผู้ที่มีปัญหาการเผาผลาญจากสาเหตุต่างๆ ทำให้จนร่างกายไม่สามารถเผาผลาญไขมันส่วนเกินออกไปได้หมด จึงเกิดการสะสมบริเวณช่องท้องรอบอวัยวะต่างๆ การเกิดไขมันในช่องท้องจะส่งผลเสียต่อสุขภาพในหลายด้านและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรังร้ายแรงมากมาย
วิธีการดูแลตัวเองเพื่อลดและป้องกันการเกิดไขมันในช่องท้องก็อยู่หลายวิธีด้วยกัน เช่น ลดของหวาน อาหารที่มีไขมันสูง หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ลดความเครียด รวมทั้งการรับประทานอาหารเสริมที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน